ทำ Blog ทิ้งๆ ขว้างๆ ไร้สาระมามากแล้ว วันนี้ เอาเนื้อหาหน่อยละกัน

Linux เป็น OS อีกตัวที่เล่นกันมากมายในไทย

แต่นั่นละมันยังไม่หลากหลาย เพราะว่า มันยาก มันไม่การเรียนในวิชาคอมพิวเตอร์เบื้องต้น และมันเป็นความเชื่อ "ว่ายาก"

หลังๆ นี่ผมชอบกะ Linux มากๆ แต่นั่นละ ถ้าตอนนี้ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งเลยคงจะเป็น Ubuntu ละกระมัง เพราะขนาด Linux TLE 8.0 (Patong) ยังหันหลังให้กะฝั่ง Redhat มาเทใจให้กับ Linux สายพันธ์นี้แทน

แต่ที่ผมชอบเอามากๆ เลยตอนนี้ คงจะเป็น FreeSpire 1.0 ซึ่งขอบอกว่า หากใครจะเริ่มต้นลง Linux ละก็ FreeSpire เป็นอีกตัวที่น่าสนมากๆ เป็น Linux ในฝั่งของ Lindows ที่หากย้อนกลับไปซัก 3-4 ปี เป็นที่วิจารณ์ และโดนฟ้องจาก Microsoft ว่าเลียนแบบชื่อเลยตอนนี้ต้องเปลี่ยนชื่อไปเป็น LinSpire แทน



มุมหนึ่งที่อาจจะแหกออกมาจากชาวบ้านหน่อย ตรงที่หากได้ลองติดตั้ง Ubuntu นั้น จะต้อง Set ค่าต่างๆ ที่แน่นอนขอบอกว่า คุณต้องมีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ ฝั่ง Linux เอาพอสมควรจึงจะทำได้

แม้จะบอกว่า เดี๋ยวนี้ มี YUM มาช่วยในการติดตั้งแต่ก็ยังยากอยู่ดี หรือแม้แต่การ Add/Remove ที่ผ่านจากระบบ Internet ก็ยังไม่โดนใจ เพราะถ้าเป็นมือใหม่ ก็ควันโขมงเหมือนกัน

ต่างกันมากกับ FreeSpire ซึ่งคุณสามารถ ติดตั้งเสร็จภายใน 10 นาที อันนี้ จริงๆ ไม่ได้โม้ ด้วย Spec เครื่อง Celeron 2.5G Ram 256M และ CD ธรรมดา 1 ตัว

แทบไม่มีการ Config ค่าอะไรเลย คุณใส่แผ่น CD แล้ว Boot เครื่อง มีเมนูให้เลือก 2-3 ตัว ว่าคุณจะลอง Run ในรูปแบบของ Live CD (คือแบบไม่ต้องติดตั้ง) หรือแบบ Install (ติดตั้งลงเครื่อง) หากเลือกติดตั้งลง แทบไม่ต้อง Config อะไรเลย เรื่องของการ Support Hardware นั้น เยี่ยมมาก เคยทดลองเล่นกับเครื่อง HP Pavilion ซึ่งหากเป็น Windows XP เองยังต้องติดตั้ง Driver นอก 4-5 ตัว และหากติดตั้งด้วย Fedora ต้องใช้ Core 6 นั่นละ ถึงจะติดตั้งได้ครบ สำหรับ FreeSpire มี Driver รองรับไว้ทั้งหมด แบบไม่ต้องหาเพิ่ม

เมื่อติดตั้งเสร็จ ก็เพียงแค่ Click ยอมรับข้อตกลงเป็นอันเสร็จ

แต่ที่เด็ดกว่า Linux ทุกตัวที่ลองเล่น มีหลายอย่าง เช่น
การแสดงภาษาไทย ซึ่งลองเข้า Web ยอดฮิตของไทย เช่นพวก Sanook, Kapook ดูง่ายแบบไม่มีปัญหาอะไรเลย รองรับ Flash เรียบร้อย นอกจากนั้นยังรองรับพวก Streaming ต่างๆ เช่น mms, real เป็นต้น

รองรับไฟล์เพลง MP3 อยู่ในตัว ไม่ต้องติดตั้งเพิ่ม

มีโปรแกรม Burn CD ติดตั้งมาพร้อม

มีชุด OpenOffice ที่ทำงานแบบเดียวกับ Microsoft แต่ที่เทใจให้เลย ก็เรื่องการแสดงผลภาษาไทยนี่ละ ยอดเยี่ยมมาก

และสุดเด็ด สุดยอด คงเป็นคุณสมบัติ CNR

อันนี้ละ ถึงมา Post ให้อ่านว่า หากท่านเป็นมือใหม่ละก็ CNR นี่ละ จะเปิดแสงสว่างในการใช้ Linux ให้กับคุณ เพราะ CNR มาจากคำว่า Click and Run

พูดง่ายๆ แค่ต่อ Internet ไปลงทะเบียน (ฟรีจริงๆ) ใน CNR ซึ่งอยู่ใน FreeSpire อยู่แล้ว จากนั้น Search โปรแกรมที่ชอบ (คอเกมส์ ขอบอกมีเกมส์ด้วย) จากนั้น Click ปุ่ม CNR กับโปรแกรมที่ชอบ จากนั้น ไปหากาแฟกินได้เลย ระบบ CNR จะทำการ Download โปรแกรมนั้นมายังเครื่องของเรา แล้วทำการติดตั้ง สร้าง icon ให้เรียบร้อย แบบที่ไม่ต้องกระเทือนสมองสั่งการเอาเลย โอ สุดยอด....

ผมว่า หากคุณเป็นคนที่ต้องการใช้เครื่องคอมฯ ด้วยจุดประสงค์แบบพื้นๆ เช่น เอามาพิมพ์งาน ดูหนัง ฟังเพลง เล่น Internet ละก็ ขอบอกว่า FreeSpire เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แล้วก็ไม่ต้องกังวลเรื่องลิขสิทธ์อีกเลย

จากนั้น จึงค่อยๆ ขยับลองติดตั้งโปรแกรมแบบ Manual ดูบ้างก็ง่ายๆ ใช้ Package เดียวกับของ Debian ได้เลยครับ เพราะ FreeSpire เองมาจาก Debian นี่ละ (อา .... ที่แท้ เจ้าเป็นพี่น้องฝาแฝดของ Ubuntu หรือนี่)

ส่วน Linux TLE 8.0 นี่ พรุ่งนี้ว่าจะไปลองดูก่อน แล้วถ้ามันสุดยอดละก็ จะเอามาเขียนเล่าใหม่ แต่เห็นภาพบ้างแล้ว ตัวเด็ดสุด คงจะเป็นพจนานุกรมนี่ละ ทำสวย แล้วก็ฟรี แต่ดีไหม ค่อยมาเล่าสู่กันฟัง

ใครอยากเห็นหน้าตา FreeSpire เพิ่มลองเข้าไปที่
http://shots.linuxquestions.org/index.php?os=Freespire

แล้วค่อยมาเม๊าส์ใหม่นะครับ
ยิ่งอยู่ ก็จะเริ่มสับสนในตัวเอง .... เดี๋ยวนี้ น้องๆ ที่จบกันออกมา ต้องจัดเกณฑ์ยังไงดี
เช่น เราควรจะให้เงินเดือนเริ่มต้นเท่าไหร่ เขาควรมีความรู้แค่ไหน ถึงจะรับเข้าทำงาน

,,,
เริ่มแก่ตัวหรือไงน๊า....
ปัญหาก็คือ สัมภาษณ์ไง ก็ยังไม่เข้าตา เลยชักสับสนเหมือนกัน

อย่างวันนี้ มีน้องคนหนึ่งมาสมัครงาน เขาก็เอา Project มา Present เลยนะ เขียนมาด้วย J2ME แล้วก็ Code อุปกรณ์ด้วย ASM

เป็นระบบควบคุมไฟฟ้าในบ้านผ่านมือถือ

โอ,,, สุดยอด อลังการ

เสร็จเขาเอาวิทยานิพนธ์ให้ดู
ลากสายตาผ่านๆ อ้าว ไหนว่า ASM อะ นี่มัน C นี่นา เอาวะ C ก็ C ก็ยัง Work อยู่ กวาดๆ สายตาเสร็จ ก็ถามว่า น้องทำส่วนไหนของ Project ครับ

เพราะ เกือบร้อยทั้งร้อย ส่วนใหญ่ ทำหมู่คณะ ก็เข้าใจอะนะ จะรู้หมดก็อาจจะยาก น้องเขาว่า ผมทำ Hardware ส่วน Interface ครับ

อ้าว เสร็จเดะ MCS-51 อุปกรณ์ประเภท MicroController วิชาโปรดเลย (หรือดวงมันซวยก็ไม่รู้) ถามคำถามแรกเลย อ๊ะ ง่ายๆ คุณใช้ MCS-51 เบอร์อะไรเขียนอะ

อึ้ง.... กิมกี่

อ้าว ไม่รู้ (แล้วเขียนได้ไงวะ คือ อธิบายหน่อย การเขียนโปรแกรมพวกนี้ คุณต้องรู้จักอุปกรณ์ก่อนครับ ไม่ใช่เขียนเลย อย่างเหมือนเราเขียนพวก Visual Basic, Delphi)

เอ่อ งั้นไม่เป็นไร เอางี้ๆ ออ.. มีระบบวัดอุณหภูมิด้วย เอาละ บอกวิธีที่คุณรับข้อมูลมาหน่อยนะ ว่ารับข้อมูลจากอุปกรณ์นี้มาได้ไง

อึ้ง....กิมกี่

อะ ช่างเหอะ เรามาถามเรื่องอื่นละกัน เขียนอะไรได้นะ อ๋อ VB ใช่ไหม เออ ง่ายๆ ก่อนเลยนะ ลองอธิบายการทำงานของ Class ใน VB หน่อยซิครับ

อึ้ง
ไม่ใช่ศพแรก เอ๊ย รายแรกนะครับ ที่เจอแบบนี้ ประมาณว่า ตอนมาสมัครนี่ เขียนได้เป็นร้อยภาษาเลย เอาง่ายๆ ตายสนิท

ผมสงสารก็สงสารนะ แต่บางที เออ อย่าเป็นดีก่าเนาะ ฝึกก่อนซะหน่อยดีไหม

แต่ก็ไม่รู้ว่าคิดผิดหรือถูกที่คิดแบบนี้ เพราะกลายเป็นไม่ได้ใครอะ หลังๆ จบมากลายเป็นงี้ซะงั้น อาจเพราะเด็กรุ่นหลังต้องศึกษามากไปหรือเปล่า

สุดท้ายก็กลายเป็นเป็ด เดินได้ แต่ไม่ดี ว่ายน้ำได้ แต่ก็ไม่นาน บินได้ แต่ไม่สูง ไม่มีอะไรดีเลย

ไม่อยากให้น้องรุ่นใหม่ จบแบบอาจารย์สอนเพราะเห็นว่ามันมาใหม่อย่างเดียว สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรเลย .NET Frame work ปัจจุบันก็ยังไม่ work เลย .NET ออกมาเดี๋ยว เดียว Express ก็ออกตามมา ยังไม่ทันเหม็น 2005 ก็วิ่งตามมา เจ็บกว่า ตอนนี้ ดันกลายเป็น .NET 2006 อารายวะ

เด็กก็หลงทาง อาจารย์หลงทิศ สรุปแล้วตอนนี้ เด็กที่เป็น Programmer เลย แบบเห็นแววเลยน้อยราย เหมือนเรียนไม่โดนที่คัน

ทิศทางการศึกษาที่แปรผันตามการสนับสนุนจากบริษัท Software ใหญ่ๆ เลยกลายเป็นมั่วเลย จะว่าบริษัท Software พวกนี้พยามผูกขาดการตลาดก็น่าจะได้

เล็กๆ ก็เล่น Windows XP
โตมาหน่อยอะ เล่น Vista
แก่ชราเล่น Server 2003

แต่แหม คนไทยใจดี เล่นตามทิศทาง แต่เถื่อนหมด ยังกะแก้เผ็ดกันไปในตัวเลยนะ

คนไทย ชอบของฟรี แต่เขาสอนกันมาอย่างนี้ เลยเล่น Linux ไม่ได้

อะ ว่ามาว่าไป จากเรื่อง Programmer ก็มาว่าเรื่องการศึกษาไทยซะนี่

ปากเสียไปแล้วเรา 5555

ไปดีก่า ใครแนะนำผมเรื่อง Programmer ได้ก็ช่วยทีนะครับ



หมอครับ ผมไม่ใช่โฮจุน

posted on 10 Oct 2006 14:13 by program  in Manager
หายไปนาน
เมื่อวานไม่สบาย เลยไปหาหมอมา เรื่องก็แค่ริดสีดวงลำไส้

ด้วยสิทธิมนุษย์ประกันสังคม ก็เลยไปหาหมอตอนเย็นๆ ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

ตอนนี้มันทำให้ผมรู้ว่า เสียงที่เพราะที่สุดในโลก จริงๆ แล้ว คือเสียงเรึยกชื่อเรานั่นเอง เพราะแต่ละช่วงต้องนั่งรอเขาเรียกชื่อ
ยื่นบัตรแล้วนั่งรอเรียกชื่อเอาประวัติ......
ได้ประวัติแล้ววางใบประวัติในตะกร้าแล้วรอเรียกชื่อ.......
จากนั้นตรวจอาการเบื้องต้น เสร็จ รอเรียกชื่อ .......
พบหมอเขียนใบสั่งยา นำใบรับยาไปห้องจ่ายยา แล้วก็รอเรียกชื่อ ......

แต่ละครั้งเกือบ 30 นาที เคยไหมครับ ที่จะเห็นคุณค่าของชื่อตัวเองได้ขนาดนี้ ถ้าไม่เคย ลองไปโรงพยาบาลครับ แล้วเราจะพบว่าชื่อที่เพราะที่สุดในโลก ก็ชื่อเรานี่ละครับ

เรื่องขำๆ ก็เกิดกะชึวิตก็อีตรงที่เข้าไปพบหมอนี่ละ

พอเข้าไป คือเราก็ต้องรอคนไข้ก่อนหน้าเราตรวจ
คนไข้รายนี้ ถือถุงยาไปด้วย เอาไปให้หมอดู หมอโวยวายออกมาใหญ่เลย
"โอ้ย สองตัวนี่มันยาตัวเดียวกันนะ กินเข้าไปจะทำให้ได้รับยาเกินขนาด ตับมันจะพังเอานะ"

คนไข้คนนี้ นั่งหน้าเจื่อน เหมือนเด็กลอกข้อสอบแล้วครูจับได้อะครับ ไอ้เราก็ขำๆ เนาะ คือ เออวะ ถ้ามันรู้ แล้วมันจะกินไหมหมอ แล้วถ้ามันรู้ มันคงไม่มาหาหมอหรอก ก็แอบยิ้มในใจ (ยิ้มข้างนอกไม่ได้ เดี๋ยวมันไม่ตรวจให้เรา)

แล้วหลังจากป้า เอ๊ย หมอแกบ่นพึมพำๆ เหมือนแกโดนตรวจสอบทรัพสินแล้ว แกก็หันมาถามป้า
"เอา เลือกเอาตัวหนึ่ง จะเลือกกินตัวไหน"

ป้าคนไข้ แกทำหน้างงสุดขีดเลย
ถ้าเป็นเราก็คงย้อนหมออะ "เอ่อ แล้วจะถามผมทำไมอะครับหมอ ผมไม่รู้จักยานี่ มันเคาะ Enter 2 ทีลงท้องหรือเปล่าครับ"

ป้าแกดันตอบได้วะ "เอ่อ เอาซองนี้แล้วกัน.... "
เฮ้ย ทั้งหมอ ทั้งคนไข้เลยวะเฮ้ย ไปกันได้

เสร็จก็ถึงคิวเรา หมอถาม "เอ๊า เป็นไงละ"
"อ๋อ ผมถ่ายมีเลือดปนนะครับ"

หมอมองหน้าผม ทำหน้าตกใจสุดขีด เอามือกุมหัวทั้งสองมือ (จริงๆ สาบานได้)
คือ (คิดในใจ) เอ่อ.. หมอครับ เอ่อคือ มันไม่ตายใช่ไหมครับ คือ เอ่อ ผมเคยเป็นแล้วนะครับ มันไม่ใช่ริดสีดวงลำไส้เหรอครับ ตายไหมครับเนี๊ยะ .....

ก็เล่นหมอตกใจซะขนาดนั้น

หมอบอก "โอย นี่ต้องเป็น ริดสีดวงลำไส้แน่เลย ทำไงดีละทีนี้"

เอ๊า เวรแล้วตู คราวนี้รักษาไม่ได้เหรอวะ

"เออ คุณต้องมาหาศัลยแพทย์นะ ไม่งั้นรักษาไม่ได้หรอก"

"เอ่อ หมอครับ คือ ผมเคยเป็นแล้วนะครับ เอ่อ ประมาณ ปี 44 นะครับ"
พลิกประวัติ....

"เออๆ ใช่" หน้าตาดีใจสุดขีด แกรีบเขียนใบสั่งยาเลย ยังกะแกเห็นโจทย์เฉลยข้อสอบเลยอะ

แล้วทิ้งท้ายว่า "เออ ยังไงก็มาหา ศัลยแพทย์อีกทีนะ" .....


หึ หึ ถ้าหมอยังตกใจขนาดนี้ ไปหาใหม่ ไม่ต้องเจอนอนห้องเย็นดูอาการเหรอครับหมอ

เอวังก็จบลงด้วยประการฉะนี้ ....

ยิ้มครับ